top of page

ตะคริว: สิ่งที่เรามักเข้าใจผิด ความจริง และวิธีรับมือ Cramping: The Misunderstanding, The Facts, And How To Manage It



คนส่วนใหญ่มักคิดว่า “ตะคริว” เกิดจากการที่ร่างกายขาดอิเล็กโทรไลต์ 


และผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เข้าใจไปเองว่า หลังจากปั่นจักรยานมาสองคลาส และในคลาสที่สาม ระหว่างที่กำลังสนุกกับคลาสจักรยานนั้นกล้ามเนื้อน่องซ้ายกระตุก อย่างแรง และบุ๋มยุบลงไป ความเจ็บวิ่งปวดวิ่งจากน่องซ้าย ไปทั่วทั้งขาและทำให้เรี่ยวแรงในการจะถีบ paddle ลดลงไปเหลือ 0 และนั่นคือ aha moment “น่าจะขาดอิเล็กโทรไลต์ แน่ๆ” 


ความเชื่อนี้แพร่หลายราวกับโรคติดต่อ คนออกหรือไม่ออกกำลังกาย ก็ต่างเป็นเจ้าของความเชื่อนี้ราวกับได้มาฟรีๆตอนเกิด

ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่ง นักฟุตบอล นักเทนนิส หรือนักปั่นจักรยาน เมื่อมีใครสักคนเป็นตะคริวกลางการซ้อมหรือการแข่งขัน คำแนะนำแรกที่มักลอยมาเสมอคือ ดื่มน้ำเพิ่ม กินเกลือ เติมเกลือแร่ หรือกินกล้วยสักลูก

บางครั้งคำแนะนำเหล่านี้ก็ช่วยได้แต่ปัญหาคือ แล้วถ้ามันไม่ได้ช่วยในทุกๆครั้งที่เป็นตะคริวล่ะ? และการตะคริวขึ้นระหว่างปั่นจักรยานครั้งนั้นก็ยังเป็นเรื่องคาใจมาเรื่อยๆ


วันนี้เราเลยอาสาจะพามาทำความรู้จักกับตะคริวที่เกิดจากการออกกำลังกาย หรือที่เรียกว่า 

Exercise-Associated Muscle Cramping — EAMC — มีความซับซ้อนกว่าการขาดโซเดียม โพแทสเซียม หรือแมกนีเซียมเพียงอย่างเดียว

ในหลายกรณี ตะคริวไม่ได้เกิดจากปัญหาเกลือแร่ทั้งระบบของร่างกาย แต่เกิดจาก “กล้ามเนื้อเฉพาะจุด” ที่ถูกใช้งานจนถึงขีดจำกัดของมัน

พูดให้ง่ายขึ้นคือ

เกลือแร่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องแต่ความล้าของกล้ามเนื้อเฉพาะจุด หรือ localized fatigue มักเป็นตัวจุดชนวนสำคัญ

ตะคริวจากการออกกำลังกายมักเกิดขึ้นระหว่าง หรือไม่นานหลังการออกแรง มันคือการหดเกร็งของกล้ามเนื้อแบบเฉียบพลัน เจ็บ และควบคุมไม่ได้ จุดที่พบได้บ่อยคือ น่อง แฮมสตริง ต้นขาด้านหน้า และฝ่าเท้า

และที่น่าสนใจคือ กล้ามเนื้อที่เป็นตะคริวมักเป็นกล้ามเนื้อที่กำลังทำงานหนักที่สุด


พูดง่ายๆคือ

ถ้าตะคริวเกิดจากการขาดเกลือแร่เพียงอย่างเดียว เราอาจคาดหวังว่าจะเห็นอาการเกิดขึ้นแบบกระจายทั่วร่างกายมากกว่า แต่ในความเป็นจริง ตะคริวจากการออกกำลังกายส่วนใหญ่มักเกิดเฉพาะจุด 


นักวิ่งเป็นที่น่องสปรินเตอร์เป็นที่แฮมสตริง นักปั่นเป็นที่ต้นขา นักเทนนิสเป็นที่น่องหรือฝ่าเท้า

ภาพเหล่านี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า “ความล้าเฉพาะจุด” อาจเป็นกลไกหลักมากกว่า

เมื่อกล้ามเนื้อถูกใช้งานหนักเกินไป หรือเหนื่อยล้าจนเกินขีดความพร้อม กล้ามเนื้อนั้นไร้ปากเสียงและไม่เคยคิดจะตะโกนบอกอะไรเรา จนกระทั่งระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่ปกติทำงานอย่างสมดุลอาจเริ่มเสียจังหวะ สัญญาณที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวมีมากขึ้น ขณะที่สัญญาณที่ช่วยยับยั้งการหดตัวลดลง

ผลลัพธ์คือ กล้ามเนื้อมีแนวโน้มจะ “ยิงสัญญาณผิดจังหวะ” จนหดเกร็งค้าง และกลายเป็นตะคริว นี่คือเหตุผลว่าทำไมตะคริวมักเกิดช่วงท้ายของการแข่งขัน หลังจากกล้ามเนื้อผ่านการหดตัวซ้ำ ๆ ด้วยแรงสูง หลังจากออกตัวแรงเกินไป ใช้ pace ที่ไม่คุ้นเคย หรืออยู่ในสภาพอากาศที่ไม่คุ้นเคยเป็นเวลานาน เช่นอาจจะร้อน หรือเย็นเกินสภาพอากาศที่เคยซ้อมมา


กล้ามเนื้อไม่ได้อยากหดเกร็งแบบไร้การควบคุมจนเราเจ็บหรอก มันแค่ถูกใช้หนักเกินกว่า ที่เคยซ้อมมา แน่นอนว่านี่ไม่ได้แปลว่า น้ำและเกลือแร่ไม่สำคัญ

ในกิจกรรมที่ยาวนาน อากาศร้อน คนที่เหงื่อออกมาก หรือคนที่เติมพลังงานไม่ดีพอ การสูญเสียน้ำและโซเดียมสามารถเพิ่มความเครียดให้ระบบร่างกายได้ และอาจทำให้กล้ามเนื้อ “เป็นตะคริวง่ายขึ้น”

แต่โดยมากแล้ว น้ำและเกลือแร่เป็นเพียง sub set เรื่องราวที่เรียกว่า ตะคริว แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด


โมเดลที่ดีกว่าในการทำความเข้าใจ ตะคริวคือ

  1. ความล้าทั้งระบบ (systematic fatigue) ทำให้ร่างกายเปราะบาง

  2. ความล้าเฉพาะจุด (localized fatigue) คือสิ่งที่จุดตะคริวให้เกิดขึ้นจริง


ความล้าทั้งระบบคือสิ่งที่กระทบทั้งร่างกาย เช่น ความร้อน การขาดน้ำ การนอนน้อย การเติมคาร์โบไฮเดรตไม่พอ ความล้าสะสมจากการซ้อม หรือภาระต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด


แต่ความล้าเฉพาะจุดคือความล้าที่สะสมอยู่ในกล้ามเนื้อมัดนั้นโดยตรง มัดที่ท้ายที่สุดแล้วเกิดตะคริวขึ้นมา กล้ามเนื้อมัดนั้นอาจยังไม่มีความแข็งแรงพอยังไม่มี endurance พอยังไม่คุ้นกับมุมการเคลื่อนไหวบางช่วงหรือยังมี training volume ที่ห่างไกล จาก volume ที่ต้องเจอในวันแข่ง

เพราะฉะนั้น วิธีรับมือกับตะคริวที่ดีจึงไม่ใช่แค่ “ดื่มเกลือแร่เพิ่ม”

แต่ควรมองเป็น 3 ชั้น ได้แก่

  1. การจัดการเฉียบพลัน

  2. การป้องกัน

  3. การสร้างความพร้อมระยะยาว


เมื่อเป็นตะคริว สิ่งแรกที่ควรทำคือหยุดหรือลดความหนักของกิจกรรมลงก่อน จากนั้นค่อย ๆ ยืดกล้ามเนื้อมัดที่เป็นอย่างอ่อนโยน การยืดแบบ passive stretching เป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้ได้ผลค่อนข้างสม่ำเสมอ เพราะมันช่วยเพิ่มสัญญาณยับยั้งกลับไปยังกล้ามเนื้อ และช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว หลังจากตะคริวคลายลง ให้ลด pace และปรับ intensity เพื่อลดภาระต่อกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ ไม่ให้กลับไปหดเกร็งอีก


ในแง่การป้องกัน 

นักกีฬาควรมองให้ไกลกว่าอาหารเสริม แผนป้องกันตะคริวที่ดีควรประกอบด้วย 

1.การเพิ่ม training load อย่างค่อยเป็นค่อยไป การฝึกที่เฉพาะกับกีฬานั้น ๆ การเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อที่มักเป็นตะคริว 

2.การฝึก endurance ภายใต้ความล้าที่ใกล้เคียงสถานการณ์จริง 

3.การซ้อม pacing การปรับตัวต่อความร้อน 

4.การกินคาร์โบไฮเดรตให้เพียงพอ 

5.การวางแผนน้ำและโซเดียมอย่างเหมาะสม 

6.รวมถึงการนอนและการฟื้นตัวที่ดี


ถ้ากล้ามเนื้อมัดเดิมเป็นตะคริวซ้ำ ๆ เราอาจจะต้องเพิ่ม การ training สำหรับกล้ามเนื้อกลุ่มนั้นๆปรับ pacing ที่ฉลาดขึ้นหรือการได้ซ้อมใน intensity ที่ใกล้กับวันจริงมากขึ้น

เกลือแร่ยังคงมีที่ทางของมัน โดยเฉพาะในกิจกรรมที่ยาวนาน หรือสภาพอากาศร้อน แต่เกลือแร่เพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถหยุดตะคริว

ที่จะมาทำให้ระยะห่างระหว่างคุณกับเส้นชัยไกลกว่าเดิม


Comments


Recent Posts
Archive

Be our friends

Stay connected!
to receive an exclusive offers and updates

  • Line
  • Twitter
  • Facebook
  • Instagram
  • TikTok

Thanks for subscribing!

Are you an operator who'd love to sell or serve blue spirulina or pea protein?

©2023 by Pealicious, Be FIT FIRM FLAWLESS you

bottom of page